eye lashes idea book : Android App. สำหรับสาวรักขนตางอนๆ

กลับมาอีกรอบแล้ว สำหรับการรีวิว Android Application หนที่สองของพินนี่ค่ะ ^___^
แน่นอนว่ารอบนี้กลับมาพร้อมกับ Application โดนๆ สำหรับสาวๆ ที่รักสวยรักงามค่ะ และรอบนี้เช่นเคยกับการใช้ LG_Optimus1 Android Froyo 2.2 ในการรีวิว ค่ะ ^__^

More

มาดูกันว่า Social Media ใน UK ใหญ่โตแค่ไหน [ VDO ]

ปรากฏการณ์ Social Media และ Social Networking กำลังขยายตัวไปอย่างรวดเร็วมากๆค่ะ ใน UK หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่า มีถึง 85 % ของประชากรออนไลน์ใน UK ที่ใช้ Social Media กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน แถมยังใช้เวลาในการ Access เข้า Social Media ในช่องทางต่างๆ ทุกเดือนๆ เฉลี่ยแล้วมากกว่า 6 ชม. เลยทีเดียวค่ะ 60% ในนั้นอาจจะแค่ผ่านเข้ามาอ่าน Blog แต่ก็มีอีกไม่น้อย ถึง 64 % ที่มีตัวตนจริงๆอยู่บนโลกของ Social Network ค่ะ More

iPhone ERA!! มารู้จักกับตำนานของ iPhone

เชื่อว่า มาถึงตอนนี้ ผ่านมา 4 ปีแล้ว คงไม่มีใครพูดว่า “iPhoneคืออะไร?”

“ชั้นไม่รู้จักiPhone” อีกต่อไป

เพราะ iPhone ได้แทรกซึมไปอยู่ในทุกๆ อณู ของทุกๆ หลากหลายสาขา หลากหลายอาชีพ

เกี่ยวพัน เชื่อมโยงกับทั้ง การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ต่างๆ รวมไปถึง เข้าไปมีส่วนร่วมในชีวิต ประจำวันของหลายๆคนแบบไม่รู้ตัวอีกด้วย More

ดวงร้อนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตรงมากๆๆๆๆ ของเราราศีมีน ^^

ดวงร้อนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

มีน
( ผู้ไขปริศนาแห่งจักรวาล)
ผู้ที่เกิดวันที่ : 14 มีนาคม – 14 เมษายน
ธาตุ : น้ำ ปลายธาตุ
สัญลักษณ์ : ปลาสองตัว
คำจำกัดความ : ไร้ขอบเขตจำกัด
ดวงดาวที่ควบคุม : ดาวพฤหัสบดี ดาวเนปจูน
ไพ่ประจำราศี : The Moon
พืช : ดอกบัว
อัญมณี : รัตนชาติสีแดง อะคว ามารีน
สี : สีน้ำทะเล สีม่วง สีแดง สีฟ้าอมเขียว
อุปนิสัยโดยทั่วไปของชาวราศ

ีมีน
ราศี มีนเป็นราศีธาตุน้ำที่แสนจะอ่อนไหว พวกเขามีนัยน์ตาเป็นปร ะกาย ช่างฝัน เป็นราศีปลายธาตุ บุคลิกภาพนอกดูอ่อนน้อมถ่อมตน แต่แท้จริงแล้ว เขาเป็นคนที่มีบุคลิกซับซ้อน มีจุดขัดแย้งในตัวเอง เขาสามารถทำสิ่งที่ขัดแย้งกับบุคลิกภายนอกได้อย่างสิ้นเชิง โดยที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะพวกเขาเป็น 1 ใน 3 ราศี ทุกสถานภพของโลก ซึ่งได้แก่ ราศีกันย์ ราศีพิจิก และราศีมีน ชีวิตของพวกเขาจึงมักจะพบกับอุปสรรคปัญหาตั้งแต่เด็ก แต่เขาก็สามารถแก้ไขปัญหามาได้นับครั้งไม่ถ้วน พวกเขาจึงเป็นคนเก่ง ฉลาด เป็นคนที่ซ่อนคมไว้ในตัวแบบคมในฝัก พร้อมที่จะแสดงออกมาในเว ลาที่จำเป็น แต่ทางด้านจิตใจก็ไม่ด้อยไปกว่าใคร เพราะความที่ผ่านปัญหามามาก เขาจึงเข้าใจคนอื่นและเข้าใจความทุกข์ของใครหลาย ๆ คน เขาจึงอยากจะช่วยเหลือคนเหล่านั้น เพราะเขามีคติประจำใจว่า จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง
ชาว ราศีมีนเป็นคนโลเล ไม่แน่นอน คลุมเครือ และไม่ทำอะไรด้วยความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง จะต้องมีคนคอยกระตุ้น แต่ก็มีชาวมีนหลายคนที่ประสบความสำเร็จ ถ้าเขาเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง และให้กำลังใจตัวเองมาก ๆ ดูแลสุขภาพและหมั่นหาสิ่งดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้กับตัวเอง
ชาวราศีมีนมักจะ มีช่วงชีวิตบางช่วงที่ตกต่ำจนน่าใจหาย ซึ่งถ้าเรื่องนี้เกิดกับคนอื่น คนนั้นอาจจะทนไม่ได้ แต่สำหรับเขาแล้ว เป็นคนทรหด อดทน และไม่เย่อหยิ่งในตัวตน ทำให้ปรับตัวเข้ากับปัญหาและผ่านพ้นมาได้ เขาคิดว่าเป็นเพียงใบหญ้าที่เอนไหวตามลม ไม่ได้คิดว่าเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ต้องต้านพายุแต่อย่างใด เขาเป็นปลาทปรับตัวเข้ากับสภาพน้ำ และค่อนข้างอดทนต่อปัญหา พวกเขาสอนโลกให้รู้จักคำว่ารักและไม่ยึดติดกับอัตตา เขาไม่ใช่คนทะเยอทะยาน เพียงแต่ต้องการเสียสละเท่านั้นเองพวกเขามีความคิดสร้างสรรค์ และมีความเป็นศิลปินสูง เหมาะที่จะทำงานอาชีพในวงการบันเทิง เป็นศิลปิน นักร้อง นักแสดง ผู้กำกับ คนเขียนบท หรือจะทำอาชีพเกี่ยวกับศิลปะ เช่น วาดภาพ แต่เพลง แต่งหนังสือ นักประดิษฐ์ นอกจากนี้ อิทธิพลของดาวพฤหัสบดียังทำให้เขาชอบทำงานช่วยเหลือสังคม เช่น ครู แพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร เขาชอบทำให้สิ่งที่จะช่วยให้เขาหลุดพ้นไปจากวงจร และวังวนของชีวิตได้ เขาแสวงหาความดีและการหลุดพ้น แต่ก็ยังมีชาวราศีมีนบางคนที่ถูก ทำร้ายจิตใจมาตั้งแต่เด็ก จึงติดอยู่กับชีวิตที่มืดมน ทำลายตนเองด้วย การค้ายาเสพติด และประกอบอาชีพอาชญากร ทำให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อกับเล่ห์เหลี่ยมอันซับซ้อนของพวกเขา ขึ้นอยู่กับเขาว่าจะเลือกไปทางไหนเป็นปลาที่ว่ายทวนน้ำสู้ชีวิตไปยังความ สำเร็จ หรือปลาตัวที่ไหลตามกระแสน้ำ ราวกับปลาตายไปยังความหายนะของชีวิต พวก เขาถูกโฉลกกับการทำบุญ เพราะจะทำให้ดาวพฤหัสบดี แสดงอิทธิพลได้อย่างเต็มที่ จะทำให้ชีวิตของเขามีแต่ความเจริญก้าวหน้าเหมือนปลาตัวที่มองโลกในแง่ดี ว่านำปลาอีกตัวไปถึงจุดหมาย พวกเขาเป็นคนหลายบุคลิกมีทั้งดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับเขาจะควบคุมตนเองได้มากแค่ไหน และค้นพบพรสวรรค์ของตนเองได้อย่างไร ราศีนี้มักมีความสามารถพิเศษเฉพาะทาง พวกเขาเก่งเรื่องคน และมีความสามารถในการสะกดจิตและอ่านใจคน ถ้าเขาใช้ในทางที่ผิดก็จะเกิดผลร้ายกับสังคมถ้าใช้มันในทางที่ถูก เขาจะใช้มันช่วยเหลือค??มากมายให้ความสุข ถ้า ใครมีเพื่อนชาวราศีมีนจะรู้ดีว่า พวกเขาไม่ชอบทำให้คนอื่น เครียด หรือกังวล พวกเขาชอบพูดให้คนอื่นสบายใจ มองหาข้อดีของเพื่อน ๆ มาพูดเสมอ เพราะเขาเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับคนจิตใจไม่ดีที่ชอบพูดหรือกระทำสิ่งที่ทำ ร้ายจิตใจคนอื่น พวกเขาจึงไม่อยากเป็นคนเลว ๆ แบบนั้น จึงเรียนรู้ที่จะทำให้เพื่อน ๆ ผ่อนคลายและมีความสุข คำพูดใดที่คิดว่าพูดแล้วเพื่อนจะได้ประโยชน์ พวกเขาจะพยายามสรรหามาพูด เขามักช่วยเพื่อนที่ตกงานหรืออกหักให้สบายใจ และมีแนวทางแก้ปัญหา พวกเขาจึงเป็นนักจิตวิทยาที่เก่งมากทีเดียว ชาวราศีมีในวัยเด็กนั้นเป็นคนช่างฝัน นัยน์ตาของพวกเขาเป็นประกาย อาจจะมีเพื่อน ๆ ในจินตนาการ ชอบการเล่านิทาน พ่อแม่ของเขาไม่อยากให้เขาโตขึ้นมาแล้วรับรู้ความจริงของชีวิตเลย พวกเขามีจิตใจที่อ่อนไหวมาก แต่มีความแข็งแกร่งภายในที่ยากเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจ ชาวราศีมีนบางคนมีนัยน์ตาเศร้า เพราะเจอความโหดร้ายของชีวิต พวกเขาต้องเป็นปลาที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพน้ำ และว่ายทวนน้ำไปเพื่อหาความสำเร็จได้ในที่สุด
สำหรับ ชาวราศีมีที่ออกบวช กำลังใจของเขาจะมาจากการได้รักเพื่อนมนุษย์ ทำให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันมีความสุข เพราะธรรมชาติของเขาคือผู้ให้อย่างแท้จริง พวกเขามีความสามารถพิเศษในการเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้งจนยากที่ใครจะตามได้ ทัน หลายครั้งที่คุณเห็นชาวราศีมีนโดนทำร้าย แต่น้อยครั้งที่เขาจะตอบโต้ พวกเขาเชื่อในกฎแห่งกรรม ขอย้ำว่าเขาเชื่ออย่างแท้จริง ดังนั้น ป่วยการที่เขาจะทำร้ายคนอื่นกลับ เพราะถึงอย่างไรผลกรรมมันก็ตามคน ๆ นั้นไปอยู่ดี ดังนั้น สู้เอาเวลามาทำสิ่งดี ๆ ในชีวิตดีกว่า
พวก เขาหวงแหนเวลาที่มีค่าของชีวิตเป็นอย่างมาก และเกลียดการทะเลาะถกเถียง เพราะถ้าคนเราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราเชื่อถูกต้องแล้ว เหตุใดจะต้องบังคับให้คนอื่นเชื่อตาม ถ้าคนอื่นผิดเขาก็จะได้รับผลจากการกระทำผิดนั้นเอง ชาวราศีมีนไม่เดือดร้อนด้วยนี่ เขาจะเถียงเฉพาะกับคนที่เขาแคร์เท่านั้น
งาน ที่ชาวราศีมีนถนัด คือ งานที่ช่วยเหลือผู้คน เขาไม่ชอบงานที่แข่งขัน และไม่ชอบงานที่ต้องการแต่เงินอย่างเดียว เขาชอบงานที่ได้ช่วยเหลือให้เพื่อนมนุษย์พ้นทุกข์ ดังนั้น งานที่เหมาะกับพวกเขาคือ อาชีพ แพทย์ ครู และนักบวช ส่วนงานศิลปะที่สร้างความบันเทิงให้คนอื่น ๆ ก็เหมาะกับพวกเขาเช่นกัน จึงมีชาวราศีมีนไม่น้อยที่เป็นนัก แสดง แม้เขาจะไม่สวยหรือหล่อแบบเพอร์เฟค แต่พวกเขามักมีลักษณะเด่นบนใบหน้าที่ทำให้ชวนมอง ทั้งนี้ก็ด้วยคุณสมบัติของธาตุน้ำที่อ่อนไหวด้วย จึงเป็นนักแสดงที่เก่งอย่างหาตัวจับยากเลยทีเดียว
เนื่อง จากความมีบุคลิกซับซ้อนของเขานี่เอง ที่ทำให้เขาเข้าใจยาก และบางครั้งก็มีปัญหาในความสัมพันธ์กับคนอื่น แม้เพื่อนจะสนิทกับเขาเพียงใดก็ไม่อาจรับรู้นิสัยทั้งหมดของเขา ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนคนนั้นเป็นคนเช่นไร เขาก็คือกระจกเงาที่สะท้อนคนอีก 11 คน ว่าคน ๆ นั้น เป็นอย่างไร สิ่งที่คุณเห ็นในตัวเขา โดยมากแล้ว นั่นคือสิ่งที่คุณเป็นเขาจะปรับตัวเข้ากับเพื่อนแต่ละคน และเขาไม่ค่อยมีความเป็นผู้นำเขาจะตามใจเพื่อนมาก จนบางครั้งคนที่ต้องการความเข้มแข็งไม่ชอบเขา พวก เขามีเงามืดที่น่าสะพรึงกลัว ภายใต้บุคลิกที่เยือกเย็น พวกเขาต้องการจะยึดครองโลกทั้งโลก ต้องการมีอำนาจ ต้องการความยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ การแก้แค้นผู้อื่น เขาทำได้อย่างแยบยลและน่ากลัวยิ่ง เขาทำให้คนอื่น ๆ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเลว ด้วยการทำดีตอบแทนคนอื่น ๆ จะรู้สึกผิดละอายใจ และเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม แล้วเขายังโกหกหน้าตายเก่ง ตลบตะแลง หลอกลวงคนอื่น แม้แต่สะกดจิตได้อย่างแยบยล เป็นไปได้ว่าจะเป็นคนร้ายตัวจริงที่โยนบาปไปให้แพะรับบาป ราศีมีนนี้จะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาถูกทำร้ายจิตใจอย่างแสนสาหัสตั้งแต่เด็ก และใช้ความฉลาดเอาตัวรอดมาได้ โดยไม่มีใครช่วยเหลือเล ย เขาจะเป็นตัวอันตรายประเภทคลื่นใต้น้ำที่น่ากลัวที่สุด เพราะความที่เป็นภพวินาศของลัคนาโลก พลังนี้เขาต้องการทำร้ายโลกทั้งโลกให้แหลกเป็นจุลเลยทีเดียว บางคนก็กลายเป็นคนโรคจิตที่ชอบรังแกเด็กและสัตว์เลี้ยง เป็นฆาตกรที่วางแผนซับซ้อนซ่อนเงื่อน เป็นมิจฉาชีพที่หลอกลวงคนนับร้อย เขาต้องการทำให้โลกนี้ปั่นป่วนด้วยมือของเขา เพราะตอนที่เขาลำบาก ไม่มีแม้สักคนในโลกที่ช่วยเหลือ ชาวราศีมีนประเภทนี้จะไม่มีความสำนึกผิดชอบชั่วดี ขาดซึ่งคุณธรรม และดาวพฤหัสบดีไม่ส่งผลต่อเขา จะมีแต่อำนาจทำลายล้างแบบเนปจูน ซึ่งดาวเนปจูนนี้เองเป็นดาวพระสมุทร ซึ่งควบคุมคลื่นใต้น้ำที่มีพลังมหันตภัยร้ายแรงแบบคลื่นสึนามิ ชาวราศีมีนบางคนแม้จะไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนี้ ก็ยังมีส่วนที่ทำลายล้างโลกโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเป็นอำนาจจากพลังเร้นลับในตัวเขา ดังนั้น เขาจึงต้องควบคุมสิ่งที่มีอยู่ในตัวเขา ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะราศี เพราะว่าดาวเนปจูนควบคุมราศีมีนเพียงราศีเดียวเท่านั้น ชาว ราศีนี้เป็นคนคิดอะไรลึกซึ้งจนยากที่ใครจะหยั่งถึง เขาก็เหมือนทะเล เรียกว่าเป็นคนลึกซึ้งสุดหยั่งคาด และแก้ปัญหาด้วยการเล่นละครที่คนยากจะอ่านออก แต่ชาวมีนปกติทั่วไปมักไม่ชอบทำร้ายคนอื่นแต่ความคิดที่ลึกซึ้งนั้นเขามักมี เหตุ ที่ไม่รู้จะอธิบายกับคนอื่นได้อย่างไร พวกเขายังเป็นคนโรแมนติกที่หาตัวจับยาก และอ่านใจคนออกอย่างน่ากลัว บางเรื่องตัวของคนนั้นเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองเป็นแบบนั้น ทำให้บางคนที่คิดทันเขารู้สึกกลัวเขา ราศี มีนมีนิสัยที่ไม่คงเส้นคงวาเช่นเดียวกับราศีเมถุน ราศีกันย์ และราศีธนู พวกเขาเบื่อง่าย และชอบเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ แต่พวกเขาก็มีความมุ่งมั่นในสิ่งที่ปรารถนาเช่นกัน ถ้าเขามีกำลังใจจะทำงานได้ดีมากจนประสบความสำเร็จ เขามีพรสวรรค์คือมีความคิดที่ลึกซึ้งเข้าใจในชีวิตทำให้ชาว มีนบางคนสามารถ เป็นนักวิทยาศาสตร์ไ ด้ดี แม้จะมีความเป็นศิลปินสูง เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งมีนิสัยรักสงบ ไม่ชอบความขัดแย้ง ขบคิดอะไรได้ลึกซึ้ง ในวัยเด็กเขาชอบเล่นกับน้องสาว และไม่มีเพื่อนคนอื่นเลย ซ้ำยังโดนเพื่อนคนอื่น ๆ ในชั้นเรียนรังเกียจที่เป็นยิว แถมยังมีปัญหาด้านการสื่อสารทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง แต่สุดท้ายทุกคนก็รู้ว่าเขาคืออัจฉริยะเมื่อมีผู้ดึงพรสวรรค์ของเขาออกมา นั่นก็คือลุงของเขาที่สอนพีชคณิตให้ เมื่อ โตขึ้นมาหน่อย ชาวราศีมีนมีพรสวรรค์ที่รู้อะไรลึกซึ้ง คุณสมบัติข้อเดียวของเขาที่ราศี อื่นไม่มีคือ เขาเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างซับซ้อน เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน อนาคต ได้อย่างไหลลื่น และมีจิตนาการผสมกับเหตุผลอย่างแยบยล มีทฤษฎีที่ประหลาดของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ชื่อปรากฎการณ์ฝาแฝด หรือทวินพาราดอกซ์ใจความมีดังนี้
สมมติว่ามีฝาแฝดคู่หนึ่งชื่อ อัล กับ เบิร์ต อายุ 10 ปี คุณพ่อคุณแม่ของพวกเขาส่งอัลไปซัมเมอร์ที่แคมป์ของดวงดาว อัลฟา ทรี สตาร์ด้วยความเร็วเข้าใกล้ความ เร็วแสง อัลเดินทางไปแล้วกลับมา พบว่าเบิร์ตอายุเปลี่ยนไป 50 ปี เป็น 60 ปี แต่อัลกลับมาอายุแค่ 10 ปี 6 เดือนเท่านั้น เวลาในอวกาศนั้นเดินทางช้ากว่าบนโลก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอัลจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป แต่อัลจะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปแค่ 6 เดือน และเมื่อกลับมาบนโลกร่างกายก็จะปรับตัวกับเวลาบนโลก เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าเวลาเป็นเพียงสิ่งสัมพัทธ์ เวลาต่าง ๆ ในจักรวาลไม่คงที่จะมีความแตกต่างกัน อวกาศมีสหภาพบางอย่างที่บังคับให้การเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีไม่เท่ากัน คนที่อยู่สถานที่ต่าง ๆ จะไม่รู้เลยว่า ตนเองมีอะไรควบคุมอยู่จะรู้สึกเหมือนปกติ เพราะความคิด และการรับรู้ของคนก็หนีไม่พ้นการควบคุมของชีวเคมีเช่นกัน
ราศี มีนมีความคิดที่ลึกซึ้งอันเป็นคุณสมบัติที่มีคุณอนันต์ต่อโลก และอาจจะมีโทษมหันต์ต่อโลก เช่น ทฤษฎีของไอน์สไตน์ที่มีคนนำไปสร้างระเบิดนิวเคลี ยร์ถล่มประเทศญี่ปุ่น ดังนั้น พลังนี้มีอยู่ในชาวมีนทุกคนขึ้นอยู่กับเขาจะเลือกทางไหน จะว่ายทวนน้ำหรือเป็นปลาตายที่ไหลตามกระแสน้ำตลอด
ราศี มีนถูกควบคุมด้วยดาวสองดวง บางทีบางช่วงชีวิตของดาวเนปจูนจะเด่นกว่า เขาจะเงียบขรึมเก็บตัวแบบไอน์สไตน์ตอนเด็ก ๆ แต่บางช่วงก็สว่างสดใส มีความเจริญก้าวหน้าแบบไอน์สไตน์ในวัยผู้ใหญ่ถ้าชาวมีนคนใดได้รับอิทธิพลของ ดาวพฤหัสบดีมากกว่า เขามักจะเกิดมาในครอบครัวที่ดี ทำให้บางครั้งมองอะไรด้วยจิตใจที่ใสซื่อแบบชาวราศีธนู ( ซึ่ง ถูกควบคุมด้วยดาวพ ฤหัสบดีเหมือนกัน) ไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมคน ไม่ค่อยสังเกตความเดียดฉันท์ที่คนเรามีให้แก่กัน และอาจจะถูกหลอกลวงไปในทางที่ผิดได้ ดังนั้น เขาจึงควรมีเพื่อนที่ดี และมีความฉลาดในเรื่องทางโลกที่คอยบอกเขา เช่น ราศีกันย์ ราศีเมถุน
ราศี มีนทุกคนควรเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เข้ามาในชีวิต พลิกแพลงจากลบเป็นบวก ซึ่งเป็นความสามารถที่เขามี และใช้ความสามารถในการอ่านใจคนจากการเรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต เขาควรจะเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอีกด้วย มิฉะนั้นอาจจะเสียใจมากถ้าคนที่รักทำร้ายเขา ไม่มีใครที่จะผิดหวังไปตลอด ขอให้ชาวมีนมองโลกในแง่ดีและขณะเดียวกันก็ไม่ประมาท เพื่อให้เขาเป็นปลาที่เชี่ยวชาญในการว่ายน้ำต่อไป และทำคุณประโยชน์กับโลกแบบชาวมีนหลาย ๆ คน แต่สิ่งสุดท้ายที่เขาจะได้เรียนรู้ก็คือ คำพูดของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่ว่ า “ เอนกอนันตภพคือความว่าเปล่า ”

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

{ S a l a r y – -G a l z }

 
 
 
 

พวกเราหลายๆคนคงเคยมีช่วงเวลาดีๆสมัยเรียนด้วยกันทั้งนั้นใช่ไหมคะ?

อุ๋ยก็เหมือนกันค่ะ…

สำหรับอุ๋ยเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน แต่ช่วงเวลาที่อุ๋ยรู้สึกดีที่สุดในช่วงเวลาเรียน

ตั้งแต่ประถม ยันมหาลัย…คงเป็นช่วงมัธยมเนี่ยละค่ะ…

ยอมรับว่า6ปี สำหรับมัธยมและ 4 ปีสำหรับมหาลัย..มันแตกต่างกันมากมาย

แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเวลาผ่านไปเร็วเหมือนๆกัน…แต่ช่วงเวลาดีๆที่สามารถเก็บเกี่ยวได้

คือช่วงเวลาอยู่มัธยม ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการเนี่ยละค่ะ…

แอบสังเกตเหมือนกันว่า สมาชิกมัลติพลายหลายๆคนจบจากตอพ.เหมือนกัน…อุ๋ยจบรุ่น 19 นะคะ

ใครเด็กตอพ.เหมือนกันแวะมาคุยกันได้นะคะ เนอะๆออย กันกัน และน้องโค้ก อิอิ(ไม่คิดว่าจะเจอเด็ก

ตอพ.ในนี้เรยนะเนี่ย-*- ) ช่วงเวลาที่อุ๋ยอยู่เตรียมพัฒน์ อุ๋ยได้ลองทำอะไรต่างๆมากมายทั้งทำงานกลุ่มเพื่อนเพื่อเพื่อน…เป็นนักร้องประสานเสียงของโรงเรียน แข่งดนตรีสิ่งแวดล้อม(ตั้งวงดนตรีหญิงล้วนของตัวเองชื่อวง"ตามใจ" ตำแหน่งมือเบสและคอรัส และมีโอกาสได้เข้ารอบ30วงสุดท้ายของฮอตเวฟมิวสิคอวอร์ดครั้งที่ 6 ด้วยคะ) ได้ไปแข่งดนตรีไทย ของกลุ่ม4 กรมสามัญศึกษา และได้รางวัลที่1ที่2 กลับมาทุกครั้ง วงอะคูสติกด้วย ได้มีโอกาสเรียนวิชาช่างอะลูมิเนียม..(เพราะไม่อยากเรียนจัดดอกไม้เย็บปักถักร้อยหรือเลี้ยงปลา -*- ไม่เชื่อล่ะสิว่าหน้าตาแบบนี้ไปเรียนช่างอะลูมิเนียมน่ะ-*-) ได้รู้จักเพื่อนๆที่น่ารักมากมาย….มีช่วงเวลาดีๆด้วยกัน…และอุ๋ยก็ไม่เคยลืมมันเลยจนวันนี้….เวลาช่างผ่านไปไวนะ….

จนวันนี้…ผ่านมาแล้วอีก 4 ปี…เป็น4 ปีที่ทำให้อุ๋ยรู้จักโตขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง….ตอนนี้อุ๋ยเรียนจบแล้ว…และกำลังจะเป็น"มนุษย์เงินเดือน" …แต่ตอนนี้เป็น"มนุษย์ตกงาน"อยู่-*- เพื่อนมีงานกันหมดแล้วอุ๋ยยังหาไมได้เลย…แอบเครียด….-*- ใครมีช่องทางอะไรวานช่วยแนะนำทีค่ะท้อแท้เหลือเกิน… อ่ะต่อๆๆ

ผ่านมาแล้วสี่ปี ช่วงเวลาดีๆก็มีเหมือนกัน…แต่…คงน้อยกว่ามัธยมมากมายนัก…เพราะปี1 และปีสองอุ๋ยไม่ค่อยอยู่ในเอกเลย…ไม่ค่อยสนิทกับใคร แต่จะสนิทกับเพื่อนๆเอกอื่น…และเอาเวลาไปทำสโม ซะหมด…สนุกนะ..เวลาอยู่สโมรู้สึกมีความสุขเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกนึง…โลกที่เป็นโลกของอุ๋ยอย่างแท้จริง….อุ๋ยได้มีโอกาสลองทำงานติดต่อประสานงานกับผู้หลักผู้ใหญ่ ที่นี่สอนให้อุ๋ยทำงานกับคนหมู่มากเป็น..สอนให้ทนกับแรงกดดันหลายๆอย่างได้ สอนให้อุ๋ยรู้จักทีมเวิร์ค…สอนให้อุ๋ยรู้จักมิตรภาพ…และทุกๆอย่าง…แต่อุ๋ยก็ไม่สามารถทำได้นาน เพราะอุ๋ยเรียนหนักกว่าเอกอื่นๆทั่วๆไป…จึงต้องถอยห่างออกมา….ช่วงนั้นเองที่ได้มีโอกาสเรียนรู้เพื่อนๆในเอกบ้าง….เริ่มเห็นข้อดีของคนนั้นคนนี้บ้าง เรียนรู้กันไป….

แต่กว่าจะมีเพื่อนที่สนิท เริ่ม รัก เริ่มรู้ใจกันจริงๆก็ปาเอาเทอมสุดท้ายแล้ว…ดีจัยนะที่ได้รู้จักเพื่อนๆแบบพวกเทอ…ทั้งเชอร์รี่ ชุ บิ๊ก จุ๋ม เตย วี…..รักพวกเทอมากๆเลยนะ..ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดเลยว่า…ในมหาลัยจะสามารถหามิตรภาพที่ดีๆแบบนี้ได้…เพราะอุ๋ยเชื่อว่ามันคงมีแต่ในมัธยมเท่านั้น….ต่อจากนี้พวกเราคงเจอกันน้อยลง..ต่างคนต่างแยกย้ายกันมีชีวิตของตัวเอง…มีการมีงานที่ดีๆทำ….และพวกเราก็จะเป็น"มนุษย์เงินเดือน" กันแบบคนอื่นๆ………..อย่าลืมกันล่ะ………..

ว่ากันต่อเรื่องงานบ้าง…ช่วงนี้ก็เครียดๆเรื่องยังหางานทำไมได้…อยากเรียนต่อก็ไม่มีเงินเพราะพ่อแม่ไม่ออกให้เรียน..ต้องเก็บเงินเรียนเอง…แอบเครียด…แต่ทำไงได้…จะพยายามให้ดีที่สุดแล้วกัน…เรื่องแอร์คงพักไว้ก่อนอาจจะไม่ได้เป็นแล้ว…ต่อให้พยายามแค่ไหนก็เหอะ..ตอนนี้ก็ขอพยายามอย่างอื่น…ไปพลาง…ๆก่อน….อาจจะไมไดเครียดเรื่องงานอย่างเดียวหรอก…เครียดเรื่องอื่นด้วย….ยังปล่อยวางไมได้….

อ้อ..หลายๆคนคงแปลกใจกันใช่ไหมคะว่าทำไมอุ๋ยบอกว่าลาบวชแต่ยังไมไปซะที..คืออุ๋ยติดสมัครแอร์ สมัครงาน และหาหมอเรื่องกระดูกสันหลังคดน่ะค่ะ…ช่วงนี้หมอนัดอาทิดนึงสามครั้ง…ไปจัดกระดูกใหม่…เลยยังไปไหนไมได้…ฟิตเนสก็ดร็อปไว้ไมได้เล่นเลยกินอย่างเดียวเลยช่วงนี้…อ้วนสิ..-*- หมอให้ว่ายน้ำได้อบ่างเดียวห้ามทำอย่างอื่นเด๋วกระดูกเคลื่อน-*- …แต่ไมใช่ว่าจะไม่บวชนะคะ บวชค่ะบวชเหมือนเดิม ตั้งใจแล้ยังไงก็ไม่ผิดคำพูดแน่นอนแต่ไป วันที่ 29 มีนาค่…ระยะเวลาเหมือนเดิมค่ะ ครึ่งเดือนหรือ 1 เดือน…หรืออาจจะกลับก่อนถ้าหมอเรียกให้กลับมารักษากระดูกอีก..

เฮ้อ….กุ้มจัง…..เมื่อไหร่จะได้งานเนี่ยยย-*-

ก่อนจะปิดประเด็นในวันนี้…แอบดีใจนิดส์นึง…ที่เกรดออกแล้ว 1ตัวจากสามตัวที่ลงไว้…แม้จะไม่ได้เอ แบบที่หวังเอาไว้แต่ก็นะ…ยังดีกว่าได้ซีนี่นา-*- ร่วมดีใจกันหน่อยค่ะ เหมือนประจานเกรดตัวเองเลยวุ้ย-*- เรียนไม่เก่งหรอกค่ะถูๆไถๆเอา 55+ จบได้ก็เป็นบุญมากโขแล้วเนี่ย กร๊ากกกก

{ ป ระ กา ศ ลา บ ว ช ค่ะ }

หลังจากที่นู๋อุ๋ยสอบเส็ดในวันที่ 6 มีนาคม 2550 นี้

ในวันที่ 11 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเกิดของอุ๋ยเองนั้น อุ๋ยมีความตั้งใจมากนานมากแล้วค่ะ

ว่าจะต้อง"บวชชีพราหมณ์" ให้ได้ค่ะ….แต่ไมได้บวชเพราะอกเดาะแต่อย่างใดนะคะ

แต่เบวชเพราะอยากบวชให้ตัวเองและบวชให้แม่ด้วยค่ะ

โดยกำหนดการของการไปวิปัสนากรรมฐานในครั้งนี้

คือ  วัดป่า ชื่ออะไรไม่ทราบยาวมากๆจำไมได้ค่ะ -*- จังหวัดนครนายกค่ะ ไปเป็นเวลา 1เดือน 11มีนาคม-15 เมษายนค่ะ….ขอประกาศให้ทราบว่าจะติดต่ออุ๋ยไมได้ชั่วคราวนะคะเพราะว่าเค้าห้ามเอามือถือไป ห้ามเอาอะไรที่จะทำให้มีกิเลสเกิดไปเลยซักชิ้นค่ะ -*- หากมีไรก็ให้รีบติดต่อก่อนวันที่ 11 หรือเมลล์ทิ้งไว้หรือส่งข้อความส่วนตัวทิ้งไว้ในเวปนี้ได้เลยนะคะกลับมาแล้วจะมารีบเปิดและตอบกลับทันทีค่ะ

 

และหลังจากนั้นก็จะกลับมาเตรียมตัวสมัครเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ค่ะซึ่งก็..คงสมัครแบบชิวๆไปงั้นๆ…เนื่องจากว่าค่อนข้างมั่นใจเหมือนกันว่าไม่น่าจะได้-*- แต่ก็…ลองๆดูก่อนค่ะจะได้ไม่เสียใจภายหลังว่าทำไมไม่ลองสมัครดู….

ช่วงนี้เริ่มวางแผนชีวิตมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ อาจจะเป็นเพราะเริ่มรู้สึกว่าโตขึ้น(ทั้งๆที่จริงๆโตนานแล้วแต่ยังอยากทำตัวเป็นเด็กอยู่ค่ะ-*-) เริ่มอยากวางแผนว่าควรจะทำอะไรต่อไปดี ในชีวิต ทั้งเรื่องการงาน การเรียน ครอบครัว และเรื่องความรัก….

แต่ตอนนี้อยากสงบจิตสงบใจซักพักค่ะ หลีกหนีจากความวุ่นวายต่างๆในชีวิต และให้เวลามากๆกับตัวเองบ้าง

เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมาอุ๋ยทำเพื่อคนอื่นมาตลอดค่ะ…คงถึงเวลาแล้วที่อุ๋ยควรทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างค่ะ หลังจากสงบจิตใจได้แล้วจะได้กลับมาเป็นคนที่มีสติมากขึ้น คิด วิเคราะห์ตัดสินใจอะไรได้ดีขึ้น …ไม่ใช่ตัดสินใจอะไรแบบไร้สติ …ชุ่ยๆ ขอไปทีแบบที่ผ่านๆมา..

ขอขอบคุณทุกๆคนที่คอยให้กำลังใจกันมาโดยตลอดค่ะ….จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังนะคะ

ต่อจากนี้…เรียนจบแล้วอุ๋ยคงต้องพึ่งตัวเองมากขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น ต่อไปนี้คงต้องเผชิญโลกแห่งความจริงมากขึ้นหลังจากที่อยู่แต่โลกแห่งความฝันและเลี่ยงโลกแห่งความจริงมาโดยตลอด….เนื่องจากอุ๋ยเห็นว่าโลกแห่งความเป็นจริงนั้นโหดร้าย น่ากลัว…..ผู้คนส่วนใหญ่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน….ตอนเรียน…ยังพอเห็นมิตรภาพที่หยิบยื่นให้กันอยู่บ้าง …แต่พอเริ่มทำงาน…มิตรภาพเหล่านั้นกลับน้อยลงไป…เหลือไว้เพียงความไร้เยื่อใย และเห็นแก่ตัว…คอยแต่จใส่หน้ากากเข้าหากันตลอดเวลา……

ในเมื่อเป็นแบบนี้….ใครล่ะ จะอยากออกจากความฝันมาสู่ความเป็นจริงบ้าง….

นึกๆแล้ว…ไม่อยากทำงานเลยให้ตายเหอะ…-*- …..อยากกลับไปเรียนอีกครั้งอ่ะ…ไม่อยากจบเลย…

แต่อีกใจก็อยากรับปริญญาแล้ว……อยากเรียนต่อ…แต่ก็ทำไมได้….เพราะพ่อแม่ให้ยืนด้วยขาตัวเองแล้วล่ะต่อจากนี้….หากอยากเรียนต่อ…ก็ต้องหาเงินเรียนเอง…

ให้รู้จักค่าของเงินเอง…..ยอมรับว่าตอนนี้ อุ๋ยเป็นคนใช้เงินเก่งมากๆคนหนึ่ง..และพยายามจะเปลี่ยนนิสัยตัวเอง อย่างสุดชีวิต….ไม่รู้จะทำได้ไหมแต่จะพยายาม…เป้าหมายตอนนี้มีหลายอย่างมาก…จนรู้สึกสับสนในตัวเองเหมือนกัน…

1. อยากได้โน้ตบุ๊ค แมคอ่ะ..49,900

2.Canon DSLR 400D 3หมื่นกว่าๆหรืออาจจะ4หมื่น

3.อยากเรียนต่อด้านกราฟฟิคดีไซน์หรือแฟชั่นดีไซน์ที่ญี่ปุ่นหรือออสเตรเลีย หรือ ด้านถ่ายภาพ ที่เกาหลี..ซึ่งค่าใช้จ่ายนี่ก็โหดร้ายน่าดู…เก็บกันห้าชาติยังไม่รู้เลยว่าจะได้เรียนไหม -*-

4. อยากมีรถเป็นของตัวเอง….จะได้ไม่ต้องโหนรถเมล์อีก…เหนื่อยเหมือนกันนะต้องไปเบียดกะผู้คนและแข่งกับเวลา…ได้ใบขับขี่นานแล้วแต่ยังไมได้ขับรถซักที-*-

5. อยากทำงานได้เงินเยอะๆให้แม่ให้พ่ออยู่สบายๆ….แต่…งานอะไรล่ะที่จะได้เงินเยอะ.ๆๆ..เด็กจบใหม่ๆ…โง่ๆแบบอุ๋ยจะไปทำอะไรได้ละ-*-

6. เรื่องแฟนไม่ต้องพูดถึง…ตอนนี้ยังไม่อยากคิดอะไร…ปล่อยวาง…-*- …มีก็ดีไม่มีก็ไม่เดือนร้อน…ทั้งๆที่จริงๆ บางครั้งก็รู้สึกอยากมีใครซักคนอยู่ข้างๆบ้าง เวลาไม่มีใครและไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร..แต่ตอนนี้อุ๋ยเข้าใจอย่างที่สุดแล้วว่า…ไม่มีใครรักอุ๋ยเท่าพ่อกับแม่หรอก….ทุกวันนี้เวลาอุ๋ยมีปัญหาอะไรอุ๋ยคุยกะแม่ได้ทุกเรื่อง…ขอบคุณที่รักและเข้าใจอุ๋ย..เสมอมาค่ะ…อุ๋ยรู้…ทุกครั้งที่อุ๋ยเจ็บจากความรัก แม่เจ็บกว่าอุ๋ยหลายเท่านัก….เพรางั้นตอนนี้อุ๋ยอยู่เฉยๆดีกว่า อุ๋ยก็ไม่เจ็บ แม่ก็ไม่เจ็บ ….

บ่นแพล่ม หลายเรื่องเลย…ขอตัวไปอ่านหนังสือสอบต่อก่อน…

วันที่ 6 มีนานี้สอบวันสุดท้ายแล้วค่ะ เป็นกำลังใจให้ด้วยนคะ

แล้วเจอกันหลังบวชค่ะ

 

 

ปล. รูปบายเนียร์ทัศนากันได้ตามสบายนะคะอัพไว้แล้ว

•.•´¯`•.•{ ถ่ายรูปเล่นสวนรถไฟ 13-02-2007 }•.•´¯`•.•

 
 
 
ขอแวะเอารูปมาโพสหน่อย…ไปถ่ายรูปมาที่สวนรถไฟ..มันส์ดีแต่กลับมาแล้วดำแหง่กเชียว…
 
 อะแฮ่ม…เซ็ตนี้จิงๆจุดประสงค์คืออุ๋ยกะเชอร์รี่จะไปฝึกถ่ายรูปโดยให้คุณพี่sigum แห่งมัลติพลายสอนให้….ปากด..ได้กลับมาแค่ชัดตื้นกะชัดลึก…นอกนั้น-*-….เปลี่ยนไปเป็นแบบให้คุณพี่ sigum ถ่ายกันซะงั้น…เพราะอยากได้รูปตัวเองกัน กร๊ากๆๆ…

ก่อนอื่น…ขอออกตัวก่อนว่า..คุณพี่ sigum ถ่ายรูปสวยค่ะ..แต่พอดีอุ๋ยหน้าตาไม่ดีเอง…เลยออกมาเป็นแบบนี้-*- ….ของเชอร์รี่รูปออกมาสวยมาก…(เพราะหน้าตาดีก่า-*-รูปเชอร์รี่เลยมีเยอะมาก..แต่…หึๆ…ไม่เอาลงหรอก..เด๋วอุ๋ยขายไม่ออกอ่ะเพราะเพื่อนสวยก่าอ่ะ…เกินหน้าเกินตาหึๆๆๆๆๆ(แอบเลวนิดนึง)) รูปอุ๋ยเลยมีหน่อยเดียว…ประกอบกับ..คุณพี่sigum เพิ่งprocessส่งรูปมาให้เพียงเท่านี้เพราะช่วงนี้งานยุ่งๆอยู่..อุ๋ยเลยเอาเฉพาะรูปที่อุ๋ยพอจะดูเป็นคนกะเค้ามั่งมาลงค่ะพี่น้องที่เคารพรักทั้งหลาย-*- ….

ออกตัวอย่างที่สอง….จริงๆพี่sigum process รูปมาให้แล้ว..แต่เนื่องจากความชอบและความซนเกินพิกัดส่วนตัว…ที่ชอบสีจัดๆ+สว่างๆ..เลยจัดการแก้เอาเองโดยอุปโลกและคิดในใจว่า สีนี้ต้องสวยแน่ๆ…(กำ…แต่จริงๆแล้วตู processรูปมะเปงเอาซะเลย…แต่ไม่เป็นไร..เซ้วๆ..ถือว่าฝึกละกัน(ปลอบใจตัวเอง) ดังนั้น หากรูปใดจะดูไม่สวย…ก็คงไม่สวยเพราะอุ๋ยไปจัดการแก้โดยถือวิสาสะเอาเองไม่เกี่ยวกับฝีมือคุณsigum แต่อย่างใดเจ้าค่ะ….

ในเซ็ตนี้มีเพียงสองรูปเท่านั้นที่อุ๋ยไมได้แก้อะไรเลยคุณพี่sigum ส่งมาให้ยังไงก็ยังงั้น..คือรูป oui2และoui6ค่ะ

แหะๆ..หวังว่างวดหน้าคงได้แก้ตัวเหอๆๆๆๆ-*-

 
 

•.•´¯`•.•{ ค วา ม รั ก ข อ ง อุ๋ ย }•.•´¯`•.•

 

 

 

ก่อนหน้านี้เคยคิดตลอดว่า…"รักแท้มีอยู่จริง"…อาจจะที่ไหนซักแห่ง

เพียงแต่เรายัง"หามันไม่เจอ"…. บางทีเราคิดว่าอาจจะใช่…บางทีไอ้ที่เราคิดว่าใช่มันก็อาจจะไม่ใช่…

 

ชีวิตอุ๋ยผ่านร้อนหนาวมามากมายเกี่ยวกับเรื่องของความรัก…

อุ๋ยไม่เคยคิดอยากจะเปลี่ยนแฟนบ่อยๆเลย…

เพราะทุกครั้งที่คบใครซักคน…อุ๋ยคบเพราะหวังในอนาคตข้างหน้า

มองคนนั้นเป็นคู่ชีวิตที่เราจะอยู่ด้วยในอนาคต..ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งมาคิดได้

แต่เป็นสิ่งที่คิดมาตั้งแต่สมัยมัธยม…ซึ่งไม่ต้องสืบว่าเด็กสมัยนี้คงไม่มีใครคิดแบบอุ๋ยหรอก

หลายคน…คบกันเล่นๆชิวๆ…คบไปวันๆ…คบๆเลิกๆ…เป็นแฟชั่น…มีกิ๊กกั๊กกันบ้างตามประสา..

 

สำหรับอุ๋ย…อุ๋ยคบใครอุ๋ยอยากคบยืดๆทุกคนนะ…แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

คบทีไร..ต้องมีเรื่องให้มีอันต้องเลิกกันทุกทีไป..หรือแม้แต่บางคนยังไม่ทันได้

เริ่ม…ก็จบเห่ซะแล้ว….เดาได้ว่า..คงไม่มีบุญเรื่องความรัก…และชาติที่แล้วคง

ติดค้างเจ้ากรรมนายเวรไว้มาก…จึงโดนเอาคืนไม่หยุดหย่อนแบบนี้…

 

แต่อุ๋ยก็ยังรู้สึกว่าอุ๋ยเป็นคนโชคดีคนนึง…ที่แฟนทุกคนที่เลิกไป…ยังคุย..

เป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกันได้เหมือนเดิม…ยังหัวเราะกันได้..คุยปรึกษาปัญหากันได้..

และคนเหล่านั้นยังคอยอยู่ข้างๆอุ๋ยเสมอ…แม้วันนี้..คนเหล่านั้น จะมีคนที่เค้ารักมากๆ

มาแทนที่อุ๋ยแล้วก็ตาม…

ขอบคุณพี่แบ๊ง..แฟนคนแรกสมัยม.3….ที่ทำให้อุ๋ยรู้ว่า..รักกับชอบมันต่างกัน

ขอบคุณบิ๊ก…แฟนคนที่สอง…สมัยม.6…บิ๊กทำให้อุ๋ยรู้ว่า..เป็นอุ๋ยที่โง่เอง..ที่ทำตัวงี่เง่า..

อุ๋ยยังเด็กเกินไปและเอาแต่ใจตัวเอง…ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกใคร…และยังไม่เคยรักใครจิง…บิ๊ก

ทำให้อุ๋ยรู้ว่า..การรักใครซักคนมากๆมันยิ่งใหญ่แค่ไหน…ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่บิ๊กทำให้อุ๋ย

แม้วันนี้บิ๊กอาจจะไม่รับรู้ถึงข้อความที่อุ๋ยส่งไปแต่อุ๋ยสำนึกในใจเสมอ..และหากมีโอกาสย้อน

เวลากลับไปได้..อุ๋ยจะไม่ทำตัวงี่เง่าแบบนั้นอีกและจะประคับประคองรักษาความรักของเรา

ให้ดีที่สุด…ขอบคุณ..ที่คอยอยู่ข้างๆอุ๋ย เอาใจใส่อุ๋ย…ห่วงใยอุ๋ยในทุกๆเรื่อง..อุ๋ยขอโทด..

ที่ได้ทำร้ายจิตใจบิ๊กไว้มากมาย…อยากบอกบิ๊กให้รู้ว่า…หลังจากบิ๊กหายไป

จากชีวิตอุ๋ย…อุ๋ยยังไม่เคยเจอใครที่ดีเท่าบิ๊ก รักอุ๋ยมากเท่าบิ๊ก..อีกเลย…

 

ขอบคุณเบิ้ม..ที่ทำให้อุ๋ยเข้าใจว่า..ความรักกับความสงสารมันต่างกัน..

เบิ้มเป็นเพื่อนที่ดีของอุ๋ย …ทำทุกอย่างเพื่ออุ๋ย…ขอบคุณที่เบิ้ม

มีแต่ความรู้สึกดีๆให้อุ๋ยเสมอมา…แต่อุ๋ยกลับทำร้ายจิตใจเบิ้มตลอดเวลา

….ซึ่งอุ๋ยก็ได้รับผลกรรมที่อุ๋ยทำกับเบิ้มไว้ทั้งหมดแล้ว…

อุ๋ยรู้แล้วว่าตอนที่เบิ้มทรมาน…มันทรมานมากแค่ไหน…ขอโทดนะสำหรับทุก

สิ่งที่เคยทำให้เบิ้มเสียใจ…

 

ขอบคุณต๋อม…แฟนคนที่สาม…ต๋อมเป็นคนดีจริงๆ…ดีมากๆแบบอุ๋ยไม่เคย

เจอมาก่อน…อุ๋ยยังจำได้..ภาพที่ต๋อม…รีบกลับมาจากรด.เพื่อมาหาอุ๋ยที่บ้าน

เพราะอุ๋ยไม่สบายไข้ขึ้นมากๆ…มาอยู่กับอุ๋ยตั้งแต่เช้ายันเย็น เพียงแค่มานอน

ข้างๆจับมืออุ๋ย..แล้วเช็ดตัวให้…แต่อุ๋ยไม่โทดใคร…ต๋อมไม่ผิด..ที่ต๋อมเลือกแบบนัน้

…ระยะทาง…ทำให้เราห่างกัน…ต๋อมเลยมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับคนอื่นมากกว่าอุ๋ย..

แต่ยอมรับว่าเสียใจ…เพราะเราไม่ได้เลิกกันเพราะเราทะเลาะกันหรืออุ๋ยทำอะไรผิด..

แต่เลิกกันเพราะ"รักแท้แพ้ใกล้ชิด"…ทุกวันนี้คำคำนั้นยังคงดังก้องในหูอุ๋ยเสมอ..

"ขอโทดนะอุ๋ย…แต่ต๋อมไม่ได้รู้สึกกับอุ๋ยอย่างที่ต๋อมเคยรู้สึกอีกแล้ว.."..แม้จะเจ็บ

ที่ได้ยินคำเหล่านั้น…เสียใจหลายเดือน…แต่สุดท้าย…เราสองคนก็กลับมาคุยกันเป็น

เพื่อนคุยเฮฮากันได้เหมือนเดิม…ขอบคุณนะ…ที่ทำให้อุ๋ยได้รู้จักความรักดีๆ..อีกแบบหนึ่ง

ขอให้ต๋อมมีความสุขกับคนที่ต๋อมรักเช่นกันนะ ใครเป็นแฟนต๋อมต้องโชคดีแน่ๆเลย

 

ขอบคุณบอนเทนเทา…แฟนคนที่สี่…เด็กจิตรกรรม..นิสัยดีน่ารัก…

แม้ในสายตาคนอื่น…เค้าอาจจะดูน่ากัวด้วยรูปลักษณ์ภายนอก..

แต่ข้างในจิตใจของบอนนั้นประเสริฐยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด…ความรักอันบริสุทธิ์ที่บอน

มอบให้อุ๋ย…อุ๋ยไม่เคยลืมเลย…อุ๋ยรักบอนมากนะ..บอนคือคนที่ทำให้อุ๋ยรู้จักจริงๆ

ว่ารักบริสุทธิ์เป็นยังไง…อุ๋ยดีใจที่ได้เป็นรักแรกของบอน…ขอบคุณที่ดูแลอุ๋ยอย่างดีมาตลอด…

อุ๋ยยังจำได้..ถึงภาพตอนเย็นๆที่อุ๋ยตีแบดที่หน้าสโม..แล้วบอนก็แอบมองอุ๋ยบ่อยๆ..แอบสเก็ตรูป

อุ๋ยอยู่บ่อยๆ…ขอบคุณที่มอบความรู้สึกดีๆให้…แม้ความรู้สึกดีๆนั้นของบอนอาจจะจางหายไป

กับกาลเวลา …แต่ในใจอุ๋ยมันไม่เคยจางหายไปไหน…อุ๋ยยังจำภาพวันวาเลนไทน์ปีนั้นได้..

ที่บอนพยายามดั้นด้นตามหาบ้านอุ๋ย..ตั้งแต่เช้า…จนเย็น เพื่อเอาดอกกุหลาบขาวที่อุ๋ยชอบที่สุด..

เอามาให้ที่บ้าน….ทั้งๆที่เทอก็มาไม่เป็นและไม่เคยมา..แต่เทอก็หาจนเจอ…

ขอบคุณที่มอบดอกไม้ให้อุ๋ยตอนอุ๋ยประกวดร้องเพลงที่มหาลัย..ประทับใจมากๆๆ..ขอบคุณ

สำหรับไดอารี่ทำมือ..และตุ๊กตาน่ารักๆที่เทออุตส่าห์เย็บให้กับมือเพราะรู้ว่าอุ๋ยชอบ.

ทุกอย่างที่บอนให้มา..อุ๋ยยังเก็บอยู่นะ…กระทั่งดอกไม้ที่เทอให้..ทุกวันนี้ผ่านมาสี่ปีแล้ว..

มันก็ยังอยู่….อุ๋ยเก็บไว้อย่างดีจ๊ะ..

 

ขอบคุณแจ็ค…ที่ทำให้อุ๋ยรู้ว่า…การรักใครซักคน..

อุ๋ยสามารถทำให้เค้าได้ทุกอย่าง…แม้จะเป็นทาสก็ยอม…

แจ็คเป็นคนแรกที่อุ๋ยเอาใจใส่จริงๆจังๆทำทุกอย่างให้หมด..

ทุกๆเดือนอุ๋ยจะทำของเล็กๆน้อยๆเขียนการ์ดฉีดน้ำหอมให้…เขียนข้อความ

ซึ้งๆประทับใจ…ประดิษฐ์อะไรน่ารักๆเล็กๆน้อยๆให้..มันเป็นความสุขของอุ๋ยนะ

ที่ได้ทำแบบนั้น…อุ๋ยสุขที่จะได้ให้กับคนที่อุ๋ยรัก…อุ๋ยไม่เคยทนใครได้นาน

แต่แจ็คเป็นคนแรกที่แม้เทอจะทำร้ายอุ๋ยมากมายเพียงใดอุ๋ยก็ยังคงตาบอดไม่ลืม

หูลืมตา…รักเทอ…อุ๋ยเสียใจร้องไห้แทบเป็นแทบตายตอนเลิกกับเทอตั้งหลายครั้ง

หลายครา…แต่อุ๋ยขอบคุณ…ที่ดนตรีนำพาให้เราได้รู้จักกัน…และได้รักกัน..

จนถึงวันนี้แม้แจ็คจะไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับอุ๋ย…แต่อุ๋ยไม่เคยเสียใจที่ได้รักและรู้จักเทอ

แม้ตอนนี้เทออาจจะไม่เหลือความรักให้อุ๋ยเลยก็ตาม…ดีจัยที่ครั้งนึงได้รักเทอ…

ขอบคุณสำหรับความทรงจำดีๆมากมายในช่วงเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน…ขอบคุณที่

แจ็คทำฝันอุ๋ยให้เป็นจริง..ให้อุ๋ยได้ร้องเพลง…ได้แข่งดนตรีในแบบที่อุ๋ยชอบ…

อุ๋ยเคยคิดว่าอุ๋ยขาดแจ็คไปอุ๋ยจะไม่สามารถยืนได้ด้วยขาตัวเอง..แต่วันนี้อุ๋ยยืนได้แล้ว

แม้ไม่แข็งแรงแข็งแกร่ง…แต่อุ๋ยจะพยายามยืนให้ได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง…ขอบคุณจิงๆ

 

พี่แชมป์….ขอบคุณ…สำหรับความรักดีๆที่มอบให้…

อุ๋ยเคยคิด…ว่าอุ๋ยคงไม่รักพี่ชายคนนี้ได้…แม้เราจะรู้จักกันมาตั้งแต่ปี1

แต่พี่ไม่เคยบอกเลยว่าชอบอุ๋ย..จนวันสุดท้าย…ที่พี่รับปริญญาก่อนพี่ไปเรียนต่อ

ที่ฝรั่งเศสสองวัน…พี่บอกว่าพี่ชอบอุ๋ย…และนั่นคือจุดเริ่มต้น…ของเราสองคน..

เราไปดูหนัง ถ่ายรูป กินข้าวด้วยกันวันที่ 25 ธค. ซึ่งเป็นวันคริสมาส..และเป็นวันครบ

รอบของเราสองคน…อุ๋ยไม่เคยลืมช่วงเวลาดีๆของเราเลยนะ..ขอบคุณที่ตลอดเวลาช่วย

เหลืออุ๋ยมาตลอด…ขอบคุณที่มอบความรู้สึกดีๆให้อุ๋ย….ขอบคุณที่รักอุ๋ย…ขอบคุณที่บอกว่า

อยากใช้ชีวิตร่วมกับอุ๋ย…ขอบคุณที่บอกว่าจะมาขอและหมั้นกับอุ๋ย…แต่..มันก็ไม่ได้หมั้น

แต่ช่างเหอะ..อุ๋ยคงไม่มีบุญเอง…อุ๋ยดีจัยนะที่ครั้งนึงได้รักคนอย่างพี่…พี่เป็นคนดี..แต่อาจจะ

ยังไม่ใช่สำหรับอุ๋ย…ขอบคุณที่โทรหาอุ๋ยทุกวัน เอาใจใส่อุ๋ย ดูแลอุ๋ย…เป็นห่วงเป็นใยอุ๋ย..

ขนาดอุ๋ยอกหักมายังมาคอยปลอบอุ๋ยอีก…ขอบคุณจริงๆ..และอุ๋ยดีใจ..ที่ทุกวันนี้เราก็ยังคุย

เป็นพี่น้องกันได้เหมือนเดิม..ขอบคุณที่ไม่เกลียดอุ๋ย….ดีจัยที่ได้รู้จักพี่ค่ะ

 

กานต์…เพื่อน 8ปีของอุ๋ย…เรารู้จักกันได้เพราะสวนกุหลาบบอร์ด

และเพราะเทอเป็นเพื่อนกับนู๋เหมี่ยว..คนที่อุ๋ยแอบชอบมา8ปีเช่นกัน

อุ๋ยรักกานต์มากนะ..รักแบบที่ไม่เคยรักใครมาก่อน…แต่กานต์ไม่เคยชอบอุ๋ยเลย

กานต์ไม่เคยมองว่าอุ๋ยดี…แต่กานต์กลับรำคาญอุ๋ยตลอด…กานต์เป็นคนแรก

ที่อุ๋ยบอกรักก่อน…อุ๋ยรู้..มันไม่ดีนักหรอกที่ผู้หญิงจะบอกรักผู้ชายก่อน…

แต่อุ๋ยไม่รู้..ว่าอุ๋ยหลับตาไปแล้วจะได้ลืมตาขึ้นมาอีกไหม…ดังนั้นทุกวันที่อุ๋ย

ยังคงมีลมหายใจอุ๋ย…อุ๋ยอยากทำทุกวันให้ดีที่สุด..อยากบอกในสิ่งที่อยากบอก..

ก่อนที่จะไม่ได้บอก….กานต์เป็นคนแรกที่ทำให้อุ๋ยเสียใจขนาดที่ไม่กินข้าวไป4วัน

ร้องไห้ไม่นอนสองอาทิดติดๆกัน…และกินเหล้า3วันซ้อน..เมาเละไม่เป็นท่า…เสียผู้เสียคน

อุ๋ยไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน…ยอมรับว่าโง่ที่ทำแบบนัน้…แต่มันเสียใจมากมายจิงๆ..

ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะรักกานต์ได้มากขนาดนี้…และวันที่กานต์ทำให้อุ๋ยเสียใจที่สุด

คือวันที่ 25 ธค.วันคริสมาสนั่นเอง…มันทำให้อุ๋ยเกลียดวันคริสมาสไปเลย…

ขอบคุณนะ…ที่ทำให้อุ๋ยรู้ว่า รักแท้ไม่มีอยู่จริง….

 

 

 

 

และสำหรับพี่กิด…พี่ชาย 6 ปี..ที่รู้จักกันมา…

อุ๋ยเคยบอกรักพี่ไปเมื่อสามปีก่อน…แต่พี่มีแฟนอยู่แล้ว..

กลับมาคราวนี้พี่บอกอุ๋ยว่า..พี่เลิกกับแฟนแล้ว..

มันทำให้อุ๋ยมีความหวัง….

อุ๋ยเลยทุ่มให้พี่หมด…ซึ่งปกติอุ๋ยมี100อุ๋ยจะให้300

ไม่แปลกที่คราวนี้อุ๋ยเองต้องเป็นฝ่ายเสียใจอีก..

พี่โทรหาอุ๋ย..พี่บอกให้อุ๋ยรอ…รอให้พี่ว่าง

รอให้พี่ได้เป็นโคไพลอท..รอและรอ…

แต่พี่กลับหักหลังอุ๋ย…ด้วยการให้ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ที่

เค้าอ้างตัวว่าเป็นแฟนพี่…โทรมาว่าอุ๋ย…

โทรมาถามอุ๋ยว่าอุ๋ยเป็นอะไรกับพี่กิด…

โทรหาอุ๋ยเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของในตัวพี่กิด…

และตอกย้ำซ้ำเติมให้อุ๋ยเสียใจ…โดยที่ไม่ยอม

มาคุยมาเคลียร์กับอุ๋ยเอง..และหายไปเฉยๆไม่โทรหาอุ๋ยอีกเลย..

ขอบคุณค่ะพี่กิด…ที่ทำให้อุ๋ยรู้ความจริงเร็วขึ้น…แม้ต้องแลกกับ

การเสียความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้พี่….มาตลอด6ปีเต็ม…

อุ๋ยไม่คิด…ว่าพี่จะทำแบบนี้กับอุ๋ยได้เลย…

อุ๋ยไว้ใจ…พี่บอกให้อุ๋ยรอ..อุ๋ยก็รอ…

อุ๋ยไม่อยากกวนพี่อ่านหนังสือพี่พักผ่อน..อุ๋ยก็อุตส่าห์ไม่โทรกวน

แต่กลายเป็นว่าพี่กลับมีเวลาอยู่กับผู้หญิงคนนัน้…แต่ไม่มีเวลา

โทรหาอุ๋ยแม้ซักนาที…ทั้งที่เคยสัญญากับอุ๋ยว่าจะโทรหาอุ๋ยทุกวัน..

วันละนาทีสองนาที…

ขอบคุณที่ทำให้อุ๋ยเกลียดวันวาเลนไทน์…เพราะพี่คือมิสเตอร์วาเลนไทน์ของอุ๋ย..

พี่เกิดวันวาเลนไทน์..

ขอบคุณ…ที่ทำให้อุ๋ยรู้จักความรักอันจอมปลอม..

และรู้จักว่า "รักแท้ไม่มีอยู่จริง"…

 

 

**********************

ต่อไปนี้อุ๋ยจะไม่เชื่อคำพูดใครอีกแล้ว…

ต่อจากนี้หัวใจอุ๋ยจะไร้ความรู้สึก…

ต่อจากนี้อุ๋ยจะไม่รักใครมากไปกว่าการรักตัวเองอีกแล้ว…

ต่อจากนี้อุ๋ยจะรักตัวเองให้มากขึ้น รักพ่อรักแม่ รักน้อง..รักเพื่อน รัก พี่..

แต่จะไม่รักผู้ชาย"ชั่วๆ" อีกแล้ว…

 

 

ปล. วาเลนไทน์ปีนี้คงเป็นปีที่แย่ที่สุดของอุ๋ย…แต่เอาเหอะ…คงมีอีกหลายคนที่มีความสุขในวันนั้น

ยังไงถ้าใครมีความสุขก็อย่าเผื่อแผ่ความสุขมาให้อุ๋ยบ้างก็แล้วกัน…ขอบคุณที่ทุกคนอยู่เคียงข้างอุ๋ยในวันนี้…มันทำให้อุ๋ยรู้ว่า…รอบตัวอุ๋ยยังมีคนเป็นห่วงอุ๋ยอีกมากมาย…ขอบคุณจริงๆค่ะ…

ปล.2 ไปรับน้องเอกฝรั่งเศสของที่มหาลัย ที่เขาใหญ่แกรนด์วิวรีสอร์ทมา…ชมภาพความเปรมได้ในอัลบั้มนะคะ

•.•´¯`•.•{เป็นแบบนี้มันดีแล้วใช่ไหม?}•.•´¯`•.•

 

เมื่อวานวันที่29 มค.2550

เรียนิชาฟังพูดอังกิด 2 จบแล้วก็เออนะ..

อยากกลับบ้านนอนมากเลยนะ แต่ก็ไม่อยากกลับคนเดียว..แต่วันนี้

วีมีเรียนภาษาอิตาเลี่ยนต่อ ตอน 16.30-19.30 อื้ม..นะ.

ก็เลยไปนั่ง sit in ด้วย..(ไปนั่งเขียนไดอารี่ถึงใครบางคน)

นั่งๆอยู่โดนถามเป็นภาษา อิตาเลี่ยนซะงั้น…

กรูแปลไม่ออกเฟ่ย.ถามไรฟระ-*- ฮ่วย..

ตอบไม่ได้เลยวุ้ย-*- แต่ปากดว่า นั่งเรียนไปๆมาๆ

กลายเป็นตูนั่งจดเลคเชอร์ ประดุจหนึ่งว่า

ดิฉันลงทะเบียนเรียนเองก็ไม่ปานค่ะพี่น้องค่ะ-*-

แถมต้องเอาเลคเชอร์ตัวเองให้ไอ้คนที่มันลงทะเบียนเรียน

จดอีกตะหากนะ -*- นี่มันยังไงกันเนี่ยตูล่ะเวียนเฮด

 

เสดแล้วหลังจากนั้นก็เอ่อนะ..มารอรถเมล์ที่ท่าช้าง…

เชื่อไม๊…สาย 47 ไม่ผ่านมาเลย…สาย25 คันแรกผ่านไป…หลังจาก

รอมา เกือบ1ชม. แต่ทั้งอุ๋ยและวีก็ยังไม่ยอมกระโดดขึ้นซะที

ปากด..รอไปรอมา…1.30ชม.ค่ะพี่น้องคะ-*- …เกือบ2 ชม.อ่ะ ที่ยืน

รอรถเมลล์อ่ะ…เมื่อยอย่างแรง เบื่อด้วย เหนื่อยด้วย..เซ็ง…

เป็นการรอที่ยาวนานจิงๆ…..

อันที่จริงแล้ว…ตัวอุ๋ยเองไม่ค่อยชอบการรอคอยเท่าไหร่นักหรอก

แต่…บางที…การรอคอยก็เป็นสิ่งจำเป็น…

 

หลังจากนั่งรอรถเมลล์อยู่ก็…อื้มมมเบื่ออ่ะ..อยากคุยกะ มิสเตอร์วาเลนไทน์

ของอุ๋ยจัง…ช่วงนี้ไมได้คุยกันเลยค่ะ…คิดถึงมากๆ…ทำไงดี…

เลยถามวีว่า.."อุ๋ยควรโทรหาไหม?"

วีบอกว่าก็ลองโทรดูสิ

อุ๋ยเลยอื้มมได้..แต่ขอเปลี่ยนเป็นยิงไปแทนละกัน

 

เพราะพี่เค้าอาจจะไม่ว่าง..หรือเหนื่อยและอยากพักผ่อน…

อุ๋ยเองก็ไม่อยากกวน…เฮ้อ…เลยยิงไป…

ปากดว่าไม่ถึง1นาที พี่เค้าก็โทรกลับมา…

แล้วถามอุ๋ยว่า…"ตอนนี้อยู่ไหน?"…

อุ๋ย// "ยังอยู่มหาลัยอยู่เลยค่ะกำลังรอรถเมลล์อยู่"…

มิสเตอร์วาเลนไทน์ //"อุ๋ย….พี่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย"

อุ๋ย// "เอ่อ…พี่อย่าทำเสียงซีเรียสแบบนั้นสิ…"

มิสเตอร์วาเลนไทน์ // "ก็พี่จะคุยเรื่องซีเรียสน่ะสิ…พี่คิดมาหลายคืนแล้ว"

อุ๋ย// "เอ่อคือ…พี่คะถ้าเป็นข่าวร้ายหรือเรื่องไม่ดี…พี่อย่าบอกอุ๋ยเลย…

สภาพจิตใจอุ๋ยตอนนี้ไม่พร้อมจะรับฟังอะไรที่จะบั่นทอนจิตใจอุ๋ยให้มัน

แย่มากมายไปกว่านี้"

มิสเตอร์วาเลนไทน์//  "เอ่อ..มันก็..ไมได้ร้ายแต่ก็ไมได้ดี..กลางๆน่ะ"

อุ๋ย// "เอ่อ..โอเคพี่…ได้…เล่ามาเลย"-*-

มิสเตอร์วาเลนไทน์// "คืองี้นะ…พี่คิดมาหลายคืนแล้ว..พี่กลัวอุ๋ยจะน้อยใจ

ที่พี่ไมได้มีเวลามาโทรหาอุ๋ย หรือคุยกับอุ๋ยนานๆ คือถ้าพี่จะคบใครเป็นแฟนแล้ว

พี่ก็อยากมีเวลาให้แฟนเยอะๆ อยากอยู่กับแฟนเยอะๆ อยากดูแลอยากเทคแคร์

วันเทศกาลก็อยากอยู่ฉลองด้วย อะไรแบบนัน้…คืออุ๋ยจะรับได้ไหมถ้ามันจะเป็นแบบนี้

และพี่จะไม่มีเวลาให้อุ๋ย..เลย"…

อุ๋ย// "เอาแล้วไงตู(นึกในจัย) — เอ่อ..ก็…อุ๋ยไม่ซีเรียสอ่ะค่ะ..แบบว่า..มีเวลาก็ค่อยโทรหา

มีเวลาก็ค่อยเจอกกันก็ได้นี่ค่ะ..ไม่เห็นต้องเจอกันทุกวัน..ไม่เห็นต้องคุยกันทุกวันเลย

แค่วันละนาทีหรือส่งข้อความมาบ้างอุ๋ยก็ดีใจมากแล้ว..อุ๋ยเข้าใจค่ะว่างานที่พี่ทำมัน

หาเวลาว่างได้ยากมาก…และพี่คงเหนื่อยมากเหมือนกัน…ที่อุ๋ยหลังๆไม่โทรไป

แต่ส่งข้อความไปหาอย่างเดียวก็เพราะอุ๋ยไม่อยากรบกวนพี่นั่นแหละค่ะ

อยากให้พี่พักผ่อนเยอะๆ อ่านหนังสือจะได้ได้คะแนนดีๆ จะได้ก้าวหน้าด้านการงาน

อุ๋ยอยากเห็นพี่ประสบความสำเร็จ…อีกหน่อยก็ได้ขึ้นเป็นโคไพลอทแล้ว(co-pilot)"

มิสเตอร์วาเลนไทน์// "อื้มก้อ..จ้า..ถ้าอุ๋ย..สบายใจไม่คิดมากก็ดีแล้วแต่พี่ก็แค่กัว

ว่าอุ๋ยจะน้อยใจจะคิดมากว่าทำไมพี่ไม่โทรมาเลย พี่ก็ไม่อยากต้องมานั่งเป็นห่วงอุ๋ย

ว่าตอนนี้อุ๋ยอยู่ไหน อุ๋ยทำอะไรอยู่…(แหมเป็นห่วงด้วยเหรอ??)ดีจัยจัง^^ แต่ก็คงจะอีกนาน

กว่าที่พี่จะจัดการอะไรได้ลงตัวพอพี่มีเงินเดือนพี่ก็ต้อง เลี้ยงดูพ่อแม่ก่อน..(อื้มเข้าใจอ่ะ-*-)"

อุ๋ย// "ค่ะ..อุ๋ยเข้าใจค่ะพี่…เข้าใจจิงๆไมได้เฟคทำว่าเข้าใจ"

มิสเตอร์วาเลนไทน์// "แต่ถ้าในระหว่างนี้เกิดมีใครมาจีบอุ๋ย…ก็ดูๆไปได้นะพี่ไม่ว่า…

มาเล่าให้พี่ฟังด้วยมั่งก็ได้ มีอะไรก็โทรมาได้ ปรึกษาได้ พี่ไม่อยากให้อุ๋ยต้องมานั่งรอพี่

ต้องมาปิดตัวเองเพราะพี่ เกิดมีใครเข้ามาก็ดูๆไปได้เลย"

อุ๋ย// " เอ่อ..อุ๋ยทำไมได้ค่ะพี่ ถ้าอุ๋ยรู้สึกดีๆกับใครซักคน..ชอบหรือรักใครซักคน…

อุ๋ยจะอยู่กับคนนั้นคนเดียว..จะไม่เจ๊าะแจ๊ะแล้ว…และจะไม่คบทีเดียวหลายๆคนและเผื่อเลือก

ด้วยค่ะ…ทำไม่ได้จริงๆค่ะพี่…"

มิสเตอร์วาเลนไทน์// "แต่พี่ก็กัวว่าอีกหน่อยอุ๋ยก็จะไม่เข้าใจแบบนี้น่ะสิ…แรกๆอาจจะทำได้…

แต่พอนานเข้าอาจจะทำไมได้…แฟนเก่าพี่คบมา4 ปีสองปีแรกเค้าก็ทำได้…ยอมรับได้เรื่อง

ไม่มีเวลาให้ แต่พอนานเข้าก็ทำไมได้…"

อุ๋ย// "พอดีอุ๋ยไม่ใช่คนแบบนั้นน่ะสิพี่…-*- อุ๋ยไม่คิดด้วยว่าที่ทำอยู่เป็นการ"ทน"…เพราะถ้าเมื่อไหร่

อุ๋ยใช้คำว่าทน..นั่นหมายความว่าอุ๋ยเริ่ม"ฝืน" ตัวเองที่จะอยู่กับพี่..แต่ทุกวันนี้อุ๋ยสุขกับการเป็นผู้ให้

อุ๋ยสุขที่จะได้อยู่แบบนี้..ได้ห่วงใย และรู้สึกดีๆ รู้สึกรักใครซักคนอย่างจิงใจ อุ๋ยไม่คิดจะคบใครเล่นๆ

แล้ว..ตอนนี้อุ๋ยจะคบใครอุ๋ยมองถึงอนาคตร่วมกันแล้วเพราะงั้นอุ๋ยจิงจังมากนะ…

อย่างน้อยๆ อุ๋ยก็อยากดูแลพี่…แบบนี้ไปเรื่อยๆ…อยากแค่ได้ยินเสียงบ้างซักนาทีให้หายคิดถึง..

ไม่ได้ต้องการรบกวนเวลาของพี่เลย…จะให้บอกว่าไม่มีน้อยใจเลย..คงเป็นไปไมได้..อุ๋ยก็ไม่ใช่

ก้อนหิน เศษดินหรือกรวดทราย ที่จะได้ไม่มีความรู้สึกอไรเลย..

อุ๋ยก็รู้สึกน้อยใจเหมือนผู้หญิงคนอื่นทั่วๆไป…แต่อุ๋ยมีเหตุผลพอที่จะไม่งอแง

เรียกร้องเอานั่นนี่มากจนเกินไปเพราะรู้ดีว่าอาจทำให้พี่รำคาญเอาได้…

แต่อีกประการคือ อุ๋ยเข้าใจ..ว่าพี่ไม่ว่างจริงๆ แล้วถ้าอุ๋ยทำได้ค่ะพี่จะว่ายังไง"

มิสเตอร์วาเลนไทน์// "พี่ก็ไม่ว่าไง…ก็..ดูๆกันไปก่อนละกัน"

ประโยคสุดท้าย..ช่างกินใจเหลือเกิน….

 

 

"ก็ดูๆกันไปก่อนละกัน"

 

รู้สึก"หัวใจเริ่มพองโต"…จริงๆก่อนหน้านี้ก็อยาก

เป็นฝ่ายเริ่มต้นคุยเรื่องนี้กับพี่เค้าเหมือนกัน…แต่ก็กระอักกระอ่วนใจ

ที่จะต้องเป็นฝ่ายพูดเองก่อน…เนื่องจากพี่เค้าเป็นพี่ชายอุ๋ยมา 6ปี..

และคงไม่เคยคิดกะอุ๋ยมากกว่าน้องสาวเลย…

แต่อุ๋ยไม่ใช่…อุ๋ยแอบชอบพี่เค้ามาตลอด 6ปี…

เสียแต่ว่า…เราไมค่อยได้มีโอกาสโทรคุยกันบ่อยนัก..หรือแม้

แต่เห็นหน้ากันก็ตาม….สำหรับพี่…มันคงเลยจุดนั้นมาแล้ว

จุดที่สามารถจะคิดกับอุ๋ยได้มากกว่าน้องสาว…

แต่อุ๋ยก็แอบดีใจ..ที่พี่พูดว่า "ดูๆกันไปก่อนละกัน"..

หมายความว่าอุ๋ยมีหวังใช่ไหม???

 

แล้วพี่จะรู้สึกดีๆ….แบบที่อุ๋ยรู้สึกกับพี่บ้างไหมคะ???

คิดถึงพี่นะคะ…

อุ๋ยจะรอวันนั้น

 

{เป็นแบบนี้มันดีแล้วใช่ไหม?}

 

อันนี้เป็นรูปเก่าเก็บประมาณปีที่แล้ว…

ตอนไปม้วนผมโดยใช้แกนครั้งแรกในชีวิต

ก็..นะ..ไปงานแต่งงาน(ครั้งแรกในชีวิตอีกเหมือนกัน)

อยากกลับไปไว้ทรงเดิมแล้วอ่ะ-*- เบื่อทรงดัดแล้อ่ะ…

ขี้เกียจใส่มูสแล้วก็…ตอนนี้หัวเยินหมดแล้ว..

ปู้ยี้ปู้ยำมากไป…ทำไงดีแง…เอาผมสวยๆของชั้น

คืนมาน๊าฮือT_T

 

ปล. เป็นไข้หวัดใหญ่หนักๆมาสองอาทิดก่าๆติดๆกัน…เกือบตายแหงแก๋..ทรมานชะมัดเลย…-*- แต่ตอนนี้หายดีแล้ว..เฮ้อ…ทรมาน

ปล.2 มือถือร้อนจี๋…อยู่ๆก็ดับไป..เป็นแบบนี้หลายครั้งมากๆ….อาการเหมือนมือถือจะระเบิด…เลยเอาไปให้ที่ศูนย์เชคให้..กัวระเบิดง่ะ…

มะก้ารับโทรสับ+ใช้โทรสับเท่าไหร่เลยอ่ะ…แง….โทรสับตูจะระเบิดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด..-*-(ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่..ตูควรจะซื้อมือถิอใหม่ไหมเนี่ย-*-)

Previous Older Entries