❤ シァパーコンー 大学区 です!!❤

 

 

 

กำจัดจุดอ่อน-สร้างศิลปะชาติ รับขวัญ 62 ปี ม.ศิลปากร 

 

สังคมไทยรู้จัก "มหาวิทยาลัยศิลปากร" ในฐานะเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงทางศิลปะ แล้วยังคุ้นเคยดีเพราะเป็นแหล่งกำเนิดชีวิตเรื่องราวในวรรณกรรม ละครทีวี และภาพยนตร์หลายเรื่อง ไม่ว่า "ความรักครั้งสุดท้าย" "กลิ่นสีกาวแป้ง" "น้ำใสใจจริง" และ "ความรักออกแบบไม่ได้"

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ามหาวิทยาลัยศิลปากร เผชิญชะตากรรมเรื่อง *ขาดที่ดิน* มาช้านานจนเข้าสู่ภาวะวิกฤตในขวบปีที่ 62 นี้

 

 

นับจากปัญหาเริ่มแรกคือถิ่นกำเนิดที่ "วังท่าพระ" ในกรุงเทพฯ ไม่สามารถขยายตัวออกไปได้อีก เพราะจะบดบังทัศนียภาพพระบรมมหาราชวัง จึงต้องไปเช่าที่ดินที่พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม เป็นวิทยาเขตที่ 2 แต่กระนั้นก็ยังไม่พอเพียงในการรองรับการพัฒนาและการเติบโตของมหาวิทยาลัย

 

 

เพราะเดิมกำหนดให้มหาวิทยาลัยศิลปากรใช้ที่ดินเต็มพื้นที่ทั้ง 888 ไร่ แต่ทุกวันนี้ยังถูกจำกัดให้อยู่เพียงครึ่งพื้นที่ ส่งผลให้ต้องแตกกระจายวิทยาเขตออกไปอีกถึง 4 แห่ง ต้องสูญเสียงบประมาณไม่ใช่น้อยในการติดต่อประสานงานระหว่างวิทยาเขตในแต่ละวัน

ค่าเช่าที่ดินปัจจุบันเพิ่มขึ้นตามราคาประเมินที่ดิน เดิมปีละ 2 ล้านกว่าบาท ผ่านมาไม่กี่ปีเป็นปีละ 19 ล้านกว่าบาท ทั้งๆ ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรมิใช่สถาบันเพื่อการแสวงหากำไร แต่เป็นสถาบันเพื่อยังประโยชน์ทางการศึกษาให้แก่คนในชาติ


 

62 ปีของมหาวิทยาลัยศิลปากร จึงเป็นปีแห่งการขาดแคลนพื้นที่เพื่อพัฒนาสถาบัน และยิ่งกลายเป็นข่าวครึกโครมทางหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อไม่นาน เมื่อเกิดนโยบายจะทุบห้องทำงานเดิมของ *อาจารย์ศิลป์ พีระศรี* ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ควรอนุรักษ์ไว้ เพื่อขยายเป็นห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ สร้างความหดหู่ให้กับชาวศิลปากรทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันไม่น้อย

ปัญหาการขาดพื้นที่ที่เป็นของตนเอง มิใช่เป็นเรื่องเพียงแค่ตัวเงิน แต่ปัญหาแท้จริงอยู่ที่การขาดเสถียรภาพและขาดความมีอิสระในการใช้ที่ดิน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งต่อการลงทุนและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติในอนาคต

 

แม้ทุกวันนี้มหาวิทยาลัยศิลปากรยังมิทันออกนอกระบบ ปัญหาการขาดที่ดินก็กลายเป็นปมยุ่งเหยิงเกินแก้ไขแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งสำนักงานอธิการบดีที่ตลิ่งชัน ซึ่งทุกวันนี้กลายเป็นการอาศัยที่ดินของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ที่ได้กลายเป็นองค์การมหาชนไปแล้ว

ปัญหาเรื่องที่ดินของมหาวิทยาลัยศิลปากรไม่จบแค่นั้น ทั้งวิทยาเขตวังท่าพระ และวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ขณะนี้ได้กลายเป็นชุมชนแออัดจากนักศึกษาจำนวนเกินหมื่น วิทยาเขตที่เพชรบุรี ก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน เพราะมีพื้นที่จำกัด ส่งผลให้แต่ละคณะไม่มีที่ดินพอเพียงสำหรับโครงการวิจัยและการสร้างสถานีปฏิบัติการสำหรับนักศึกษา โดยเฉพาะคณะสัตวศาสตร์ และเทคโนโลยีการเกษตร

 

ปัญหาเรื่องการขาดพื้นที่ของมหาวิทยาลัยยังนำไปสู่การใช้จ่ายงบประมาณแบบไม่คุ้มทุนอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างล่าสุด คืองบฯก่อสร้างอาคารเพื่อศิลปกรรมไทยร่วมสมัย จำนวน 70 ล้านบาท ยังหาพื้นที่เช่าในกรุงเทพมหานครไม่ได้ ทางออกเดียวคือไปสร้างที่พระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม เบียดตัวอยู่หลังอาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ ทำให้เกิดสภาพ NPB (non performance building) หรือเป็นการลงทุนที่ไม่สร้างประโยชน์ตอบแทนตามมา เพราะแม้แต่ตัวอาคารศูนย์ศิลปะดังกล่าว ซึ่งตั้งตระหง่านมานานกว่า 5 ปีแล้ว ณ วันนี้ก็ยังปิดตัวเงียบ

ปัญหาการขาดพื้นที่ยังนำไปสู่การขาดเอกภาพในการบริหารจัดการ และไม่เป็นไปตามแผนแม่บทที่เคยกำหนดให้พื้นที่วังท่าพระทั้งหมด 7 ไร่เศษ เป็นศูนย์รวมหอศิลป์ของมหาวิทยาลัย

แต่คณะวิชาต่างๆ ที่มีอยู่เดิมไม่สามารถย้ายออกไปได้ แม้แต่วิชาโบราณคดีและภาษาต่างๆ ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนั่งเรียนอยู่ที่วังท่าพระ เหตุที่ย้ายไม่ได้ เพราะไม่มีที่ที่เหมาะสม

 

 

อันที่จริงมหาวิทยาลัยศิลปากรมีความพร้อมในการจัดทำหลักสูตรแบบบูรณาการที่สามารถก้าวทันโลกนวัตกรรมยุคใหม่ เพราะมีความหลากหลายของสาขาวิชา เป็นหลักสูตรที่สามารถเติมจินตนาการให้เป็นจริง นำไปสู่การพัฒนาชาติด้านสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา และผลิตภัณฑ์แนวใหม่ ที่ตรงกับศักยภาพของไทยโดยใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบูรณาการกับสุนทรียศาสตร์

เช่น การบูรณาการระหว่างสาขาวิชาเคมีกับเซรามิค ฟิสิกส์กับศิลปะการแสดง วิศวะกับการออกแบบอุตสาหกรรมศิลป์ทุกแขนง คอมพิวเตอร์กับทัศนศิลป์(แอนนิเมชั่นชั้นสูง) ไบโอเทคกับภูมิสถาปัตย์ คณิตศาสตร์กับภาพยนตร์และดนตรี เภสัชศาสตร์กับศิลปะจัดวาง โบราณคดีกับไอซีที โบราณคดีกับสิ่งแวดล้อม สัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรกับการท่องเที่ยวและวิทยาการจัดการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับ DNA นิติวิทยาศาสตร์และการแสดงออกทางศิลปกรรมแนวใหม่ และอื่นๆ อีกมาก

หลักสูตรบูรณาการดังกล่าวสามารถตอบสนองความต้องการของสังคม สามารถสร้างงานสร้างรายได้และตรงกับนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษาและการสร้างนวัตกรรมที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะทำให้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด อีกทั้งช่วยลดการขาดดุลเรื่องการศึกษาต่อต่างประเทศอีกด้วย

ศักยภาพที่ซ่อนตัวสำคัญอีกประการ คือ มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่ามหาศาลมานานกว่า 5 ทศวรรษ โดยเฉพาะผลงานศิลปกรรมชั้นเยี่ยมหลากชนิดที่มีมากล้นจนไม่มีที่จะเก็บ

หากรัฐบาลใส่ใจและเข้าใจได้ว่าศิลปะของชาติดังกล่าว คือต้นทุนทางปัญญาของสังคมที่สามารถนำมาบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อเนกอนันต์ เช่นเดียวกับประเทศฝรั่งเศส ที่ใช้ผลงานศิลปะทุกแขนงมาดำเนินการช่วยยกระดับจิตใจ และขยายพรมแดนทางปัญญาให้แก่คนในชาติได้อย่างวิเศษ ส่งผลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว แฟชั่น ภาพยนตร์และนวัตกรรมศิลป์ จนสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเกินครึ่งของรายได้ประชาชาติทั้งประเทศ

ปัญหาการขาดที่ดินของมหาวิทยาลัยศิลปากร จึงเท่ากับเป็นการสูญเสียโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพความหลากหลายของสาขาวิชาการ และทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล

วิธีการแก้ปัญหาอาจทำได้หลายวิธี แต่วิธีหนึ่ง คือ รัฐบาลต้องเป็นเจ้าภาพ โดยมีผู้แทนสภาพัฒน์ ทีดีอาร์ไอ อธิบดีกรมที่ดิน นายกสภาอุตสาหกรรมฯ และผู้มีวิสัยทัศน์ระดับเกจิของประเทศ ร่วมเป็นที่ปรึกษากับสภามหาวิทยาลัย จัดการผ่าตัดปฏิรูปโครงสร้างซึ่งกระทบกับผลประโยชน์ทับซ้อน ปัญหาวัฒนธรรมองค์กร การคิดติดกรอบหรืออัตวิสัย ซึ่งเกินกำลังคนภายในที่จะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนได้โดยลำพัง

และควรดำเนินการให้พื้นที่วังท่าพระได้รับการปรับให้เป็นศูนย์รวมหอศิลป์ร่วมสมัยของชาติที่ยังเป็นสมบัติของมหาวิทยาลัย โดยการหาพื้นที่ที่เหมาะสมให้เป็นที่ตั้งใหม่ของคณะวิชาต่างๆ แทนที่จะย้ายออกไป วิธีการนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ชาติที่ก่อประโยชน์ให้แก่ประเทศและสังคมอย่างมาก เพราะเป็นทำเลเยี่ยมที่ติดกับพระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเชื่อมต่อกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หากปรับวิธีให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทั้ง 3 แห่ง ถือหลักชมนานจ่ายถูก ปีหนึ่งๆ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมากกว่า 10 ล้านคน จะเป็นเงื่อนไขวิเศษที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อคนต่อปีเป็นจำนวนมหาศาล

เม็ดเงินเหล่านี้ย่อมกระจายอยู่ทุกอาชีพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นับแต่สังคมระดับรากหญ้าจนถึงผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย และเป็นที่เชิดหน้าชูตาศิลปินและประชาชนไทย

มหาวิทยาลัยศิลปากรสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างมีเอกภาพ และเป็นพลังปัญญาให้แก่ชาติบ้านเมือง เช่น การสร้างศูนย์วัฒนธรรมในมิติต่างๆ ที่เป็นแหล่งต้นทุนทางปัญญาอย่างยั่งยืน โดยใช้ทรัพยากรที่มหาวิทยาลัยศิลปากรมีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับที่ฝรั่งเศสสร้างศูนย์วัฒนธรรมจอร์จ ปอมปิดู และญี่ปุ่นสร้างอุทยานศิลปะฮาโกเน่ สิงคโปร์กำลังสร้างศูนย์ไบโอโพลิสและศูนย์ศิลปะอาเซียน อินโดนีเซียสร้างนิคมศิลปินอูบุต ที่เกาะบาหลี เป็นต้น

หากมีศิลปินรวมตัวกันตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ไหน มิช้านานนักท่องเที่ยวจะตามกันไป ตัวอย่างในบ้านเราพอมีให้เห็น เช่น บ้าน "ดำนางแล" ของคุณถวัลย์ ดัชนี กับ "วัดร่องขุ่น" ของเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ สร้างที่จังหวัดเชียงราย

มากกว่า 6 ทศวรรษแล้วที่มหาวิทยาลัยศิลปากรมีชื่อเสียงด้านศิลปะ แต่ความเชื่อมโยงทางศิลปะสู่สังคมนั้นแคบมาก ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและสังคมควรจะได้รับทราบอุปสรรคและศักยภาพของมหาวิทยาลัยศิลปากร เพราะหากร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาได้

ประโยชน์จะเกิดมหาศาลแก่ชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกหลานคนไทย ที่ต้องทำหน้าที่สืบสานรักษารากเหง้าเหล่านี้ของไทยให้อยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน

 
จากหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 15 กันยายน 2548 หน้า 33

ヒトエ より

 

 

 

3 Comments (+add yours?)

  1. - W a r a -
    Oct 05, 2005 @ 07:35:47

    วันนี้อากาศดีเน้อ แต่ไม่รู้ว่าฝนจาตกอีกป่าวเอาน้ำเต้าหูกะปาท่องโก้มาให้จ้า✿.。.:* *.:。✿*゚’゚・✿.。.:* *.:。✿*゚¨゚อืม…….no comment เร่องสถาบัน

    Reply

  2. Erika
    Oct 05, 2005 @ 07:53:50

    Yeah, it took me a while to find someone I really love. My boyfriend Mike lives in California and he is coming all the way to Pennsylvania to visit me this weekend! I am so excited, I cant wait to see him, I miss him like crazy. I was looking at the pictures you had up there, is the boy you are with your boyfriend. And the picture of the puppy was sooo cute! It was so adorable! How are things down where you live? Well, I have to go do homework, so I will talk to you later, have a good day! Or night, I am not sure, I think its is the morning over there. Well, either way, talk to you soon!

    Reply

  3. faris
    Oct 06, 2005 @ 17:16:31

    หวาดดีจ้า แวะเข้ามาทักทาย อยากรู้ปะหละว่าใคร ก้อลองเข้ามาดุดิ อิอิ

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: